จัดทำบทความโดย
ชื่อ นางสาว จุฑามาศ แสงอุทัย เลขทะเบียน 5001208100
เรื่อง การออมและการลงทุน เมื่อเรามีเงินเหลือใช้เป็นประจำทุกเดือน สิ่งที่เราควรคำนึงถึง คือ เราจะจัดการกับเงินเหลือใช้นั้นอย่างเหมาะสมได้อย่างไร เพื่อให้งอกเงยเพิ่มมากขึ้น โดยทั่วไปเรามักจะเก็บในรูปเงินสด หรือฝากธนาคาร บริษัทเงินทุน ซึ่งเราจะเรียกวิธีการนี้ว่า "การออม" หรือถ้าใช้วิธีการซื้อทองรูปพรรณ ทองแท่ง หรือที่ดินเก็บไว้ ซื้อพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ หุ้น หรือหลักทรัพย์อื่น ๆ ก็จะเข้าลักษณะที่เรียกว่า "การลงทุน"
การออม คือ การเก็บสะสมเงินทีละเล็กทีละน้อยให้พอกพูนขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งการออมส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปของเงินฝากกับธนาคาร หรือบริษัทเงินทุน โดยได้รับดอกเบี้ยเป็น ผลตอบแทน
การลงทุน คือ การนำเงินที่เก็บสะสมไปสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการออม โดยการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หรือหลักทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งจะมี ความเสี่ยง ที่สูงขึ้น
การเปรียบเทียบระหว่างการออมและการลงทุน
การออม
วัตถุประสงค์ : เป็นการสะสมเงินเพื่อให้พอกพูนในระยะสั้น เผื่อไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน
วิธีการสะสม : เงินฝากธนาคาร และบริษัทเงินทุน
ความเสี่ยง : ความเสี่ยงต่ำ(เนื่องจากรัฐบาลค้ำประกันเงินฝากทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวน)
ผลตอบแทน : ดอกเบี้ย
ข้อได้เปรียบ : มีสภาพคล่องสูง
ข้อเสียเปรียบ : ผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ
การลงทุน
วัตถุประสงค์ : เป็นการสะสมเงินให้งอกเงยต่อเนื่องในระยะยาว
วิธีการสะสม : ลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น กองทุนรวมกองทุนส่วนบุคคล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ความเสี่ยง : มีความเสี่ยงมากน้อยตามประเภทและลักษณะของหลักทรัพย์ที่ลงทุน ในปัจจุบันถือว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าการฝากเงิน
ผลตอบแทน : ดอกเบี้ย เงินปันผล และ/หรือ ผลกำไรหรือ ขาดทุนจากการลงทุน
ข้อได้เปรียบ : ได้รับผลตอบแทนในระยะยาวสูงกว่า
ข้อเสียเปรียบ : มีโอกาสขาดทุนจากการลงทุนได้
ที่มา : http://www.thaimutualfund.com/AIMC/aimc_basicKnowledge.jsp?pg=4
คำถามท้ายเรื่อง
ข้อที่ 1. การออม หมายถึงอะไรจงอธิบาย และได้รับผลตอบแทนอย่างไร
ข้อที่ 2. วัตถุประสงค์ของการลงทุนคืออะไร และได้รับผลตอบแทนอย่างไร
ข้อที่ 3. การออมและการลงทุนมี ข้อดี ข้อเสีย อย่างไร จงอธิบาย